วิธีการคำนวณ if ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใน google ชีต
คุณสามารถใช้สูตรต่อไปนี้เพื่อคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน IF ใน Google ชีตได้
วิธีที่ 1: ถ้าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (หนึ่งเกณฑ์)
=ArrayFormula(STDEV(IF( A:A ="Value", C:C )))
สูตรนี้จะคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าในคอลัมน์ C โดยที่ค่าในคอลัมน์ A เท่ากับ “ค่า”
วิธีที่ 2: ถ้าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (หลายเกณฑ์)
=ArrayFormula(STDEV(IF(( A:A ="Value1")*( B:B ="Value2"), C:C ,"")))
สูตรนี้คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าในคอลัมน์ C โดยที่ค่าในคอลัมน์ A เท่ากับ “Value1” และค่าในคอลัมน์ B เท่ากับ “Value2”
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงวิธีใช้แต่ละสูตรในทางปฏิบัติ
ตัวอย่างที่ 1: คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน IF (เกณฑ์)
เราสามารถใช้สูตรต่อไปนี้เพื่อคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าในคอลัมน์ Points โดยที่ค่าในคอลัมน์ Team เท่ากับ “Mavs”:
=ArrayFormula(STDEV(IF( A:A ="Mavs", C:C )))
ภาพหน้าจอต่อไปนี้แสดงวิธีใช้สูตรนี้ในทางปฏิบัติ:

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ คะแนน สำหรับเส้นที่ ทีม เท่ากับ “Mavs” คือ 7.3326
ตัวอย่างที่ 2: คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน IF (หลายเกณฑ์)
เราสามารถใช้สูตรต่อไปนี้เพื่อคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าในคอลัมน์ Points โดยที่ค่าในคอลัมน์ Team เท่ากับ “Mavs” และค่าในคอลัมน์ Position เท่ากับ “Guard”:
=ArrayFormula(STDEV(IF(( A:A ="Mavs")*( B:B ="Guard"), C:C ,"")))
ภาพหน้าจอต่อไปนี้แสดงวิธีใช้สูตรนี้ในทางปฏิบัติ:

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ คะแนน สำหรับเส้นที่ ทีม เท่ากับ “Mavs” และ ตำแหน่ง เท่ากับ “Guard” คือ 5.5603
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
บทแนะนำต่อไปนี้จะอธิบายวิธีทำงานทั่วไปอื่นๆ ใน Google ชีต
วิธีคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานใน Google ชีต (ตัวอย่างและประชากร)
วิธีการคำนวณสถิติเชิงพรรณนาใน Google ชีต
วิธีการคำนวณช่วงระหว่างควอไทล์ใน Google ชีต